หน้าแรก

พระราชอริยคุณาธาร (หล่ำ ยั่งยืน) เกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 ณ บ้านพลงช้างเผือก ตำบลวังหว้า (ปัจจุบันตำบลทางเกวียน) อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2431 ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม 15 ค่ำ เดือน 6 ปีชวด สัมฤทธิศก (จ.ศ. 1250)

บิดาชื่อ ขุนคลังรัตน (แดง ยั่งยืน) และมารดาชื่อ นางหอย ยั่งยืน มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 7 คน คือ:

  • เป็นหญิง ชื่อแสง
  • เป็นหญิง ชื่อสาย
  • เป็นหญิง ชื่อเหรียญ
  • เป็นหญิง ชื่อเที่ยง
  • เป็นชาย ชื่อเหล
  • เป็นชาย ชื่อหล่ำ (พระราชอริยคุณาธาร)
  • เป็นชาย ชื่อเหลื่อม (ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 7 ขวบ)

📖 การศึกษา

เมื่อเยาว์วัยได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่วัดพลงช้างเผือก พออายุได้ 13 ปี ไปเรียนต่อที่ วัดโพธิ์ทองพุทธาราม ถึง พ.ศ. 2446 จึงสำเร็จการศึกษาชั้นมูลฐาน ตามหลักสูตรของมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ (ม.ร.ว. ชื่น สุจิตฺโต) สมัยที่ยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระสุคุณคณาภรณ์และเป็นเจ้าคณะมณฑลจันทบุรี อำนวยการตั้งขึ้น

ต่อมาได้ศึกษาต่อตามหลักสูตรของกระทรวงธรรมการจนจบหลักสูตรประโยคประถมศึกษา หลังจากจบการศึกษาแล้ว อายุ 16 ปี เริ่มรับราชการเป็นเสมียนฝึกหัดอยู่ที่ศาลยุติธรรมเมืองแกลง พออายุครบ 18 ปี ก็ได้รับบรรจุเป็นเสมียนอยู่ที่ศาลยุติธรรมเมืองแกลง ทำงานอยู่ 4 ปี จึงลาออกจากราชการเพื่ออุปสมบท

🙏 อุปสมบท

อุปสมบทเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2451 ณ พัทธสีมาวัดพลงช้างเผือก ตำบลวังหว้า (ปัจจุบันขึ้นกับตำบลทางเกวียน) อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

การศึกษาในระหว่างอุปสมบท เล่าท่องสวดมนต์จบเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน มนต์ผูกต่างๆ ถึงภาณยักษ์และปาติโมกข์ กับทั้งได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉาน สามารถอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ให้มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี

📜 ตำแหน่งหน้าที่ในระหว่างอุปสมบท

  • 📌 พ.ศ. 2457: เป็นเจ้าอาวาสวัดพลงช้างเผือก และพระกรรมวาจาจารย์
  • 📌 พ.ศ. 2458: เป็นรองเจ้าคณะแขวงแกลง
  • 📌 พ.ศ. 2459: เป็นเจ้าคณะหมวดวังหว้า
  • 📌 พ.ศ. 2460 - 2485: เป็นครูใหญ่โรงเรียนแกลง
  • 📌 14 พ.ค. 2475: เป็นพระอุปัชฌาย์
  • 📌 13 เม.ย. 2476: ผู้รั้งตำแหน่งเจ้าคณะแขวงแกลง
  • 📌 3 ต.ค. 2476: เป็นเจ้าคณะแขวงแกลง
  • 📌 8 พ.ค. 2478: เป็นกรรมการศึกษา
  • 📌 12 ก.ค. 2485: ผู้อุปการะโรงเรียนประจำอำเภอแกลง
  • 📌 25 เม.ย. 2487: ผู้รักษาการเจ้าคณะจังหวัดระยอง
  • 📌 24 มิ.ย. 2487: เป็นเจ้าคณะจังหวัดระยอง

🎖 สมณศักดิ์

  • พ.ศ. 2458: เป็นพระใบฎีกา ฐานานุกรมของพระครูสังฆการบุรพทิศ (ปั้น)
  • พ.ศ. 2470: เป็นพระปลัด เลื่อนจากฐานานุกรมเดิม
  • 3 ต.ค. 2476: เป็นพระครูเจ้าคณะแขวง
  • 19 ก.ย. 2478: เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสังฆการบูรพทิศ
  • พ.ศ. 2487: เป็นพระครูเจ้าคณะจังหวัดชั้นโท
  • พ.ศ. 2492: เลื่อนเป็นพระครูเจ้าคณะจังหวัดชั้นเอก
  • 4 ธ.ค. 2493: เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอริยคุณธราจารย์ บริหารระยอง เขตต์สังฆปาโมกข์
  • 5 ธ.ค. 2504: เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชอริยคุณาธาร บูรพชลธีสมานคุณวิบุลคณกิจสุนทรยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

🕌 ผลงานด้านพระศาสนาและสาธารณประโยชน์

  • 🔸 สร้างอุโบสถวัดพลงช้างเผือกสำเร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2459
  • 🔸 สร้างหอสามัคคีธรรมวัดพลงช้างเผือก เมื่อ พ.ศ.2473
  • 🔸 เป็นผู้อำนวยการสร้างถนนจากวัดพลงช้างเผือก ดัดตรงไปถึงปากน้ำประแสร์ ยาวประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อ พ.ศ.2478
  • 🔸 สร้างกุฎีและบูรณะปฏิสังขรณ์กุฎีที่วัดพลงช้างเผือก ซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้เป็นถาวรวัตถุต่อไป
  • 🔸 สร้างเมรุ (ฌาปนสถาน) ที่วัดพลงช้างเผือก เมื่อ พ.ศ. 2505 เป็นเงิน 74,000 บาท
  • 🔸 สร้างศาลาเพื่อเป็นที่พักผู้เดินทางหลายแห่ง
  • 🔸 เป็นผู้อำนวยการสร้างสะพานเพื่อสาธารณะประโยชน์หลายแห่ง
  • 🔸 บูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวัดป่าประดู่ โดยเปลี่ยนจากกระเบื้องซีเมนต์เป็นกระเบื้องเคลือบ ทาสีเพดานให้สวยงามยิ่งขึ้น และลงรักปิดทองพระประธานประตูหน้าต่างเสียใหม่
  • 🔸 สร้างเมรุ (ฌาปนสถาน) ที่วัดป่าประดู่ เงินประมาณ 90,000 บาท
  • 🔸 บูรณะปฏิสังขรณ์วิหารเก่าแก่ของวัดป่าประดู่ ซึ่งชำรุดทรุดโทรม ให้มั่นคงแข็งแรงและสวยงามกว่าเดิม
  • 🔸 สร้างซุ้มประตูและกำแพงวัดป่าประดู่ เป็นเงินประมาณ 200,000 บาทเศษ
  • 🔸 สร้างกุฏิใหม่และบูรณะปฏิสังขรณ์กุฏิเก่าที่วัดป่าประดู่ ซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้คงสภาพดีขึ้น

🎓 ผลงานด้านการศึกษา

  • 1. เป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" และเป็นครูใหญ่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ถึงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2485 จึงลาออกเป็นข้าราชการบำนาญ เพราะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัด และต้องไปประจำอยู่ที่วัดป่าประดู่
  • 2. ชักชวนประชาชนให้ช่วยกันบริจาคทรัพย์สร้างหอประชุมโรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" มีชื่อว่า "หอประชุมอริยคุณธราจารย์"
  • 3. เป็นผู้ริเริ่มและเป็นผู้อุปการะจัดตั้งโรงเรียนวัดพลงช้างเผือก เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2477
  • 4. สร้างอาคารเรียนโรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" และสร้างโรงฝึกงาน รวม 3 หลัง (ขณะนี้รื้อถอนแล้ว 2 หลัง เพราะรัฐบาลได้ช่วยเหลือสร้างให้ใหม่)
  • 5. เป็นหัวหน้าและผู้อุปการะสร้างอาคารโรงเรียนวัดพลงช้างเผือก รวม 10 ห้องเรียน

พระราชอริยคุณาธารเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่ประกอบด้วยคุณธรรมความรู้อันประเสริฐ สมควรยกย่องสรรเสริญและเคารพบูชาอย่างสูงในด้านวัตรปฏิบัติ ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสม่ำเสมอตลอดมา เคยออกปฏิบัติธุดงควัตร ทำกิจสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำทุกวัน ตลอดทั้งลงอุโบสถสังฆกรรมมิได้ขาด

ในด้านการปกครองท่านประกอบด้วยพรหมวิหารธรรม ปราศจากอคติ อบรมสั่งสอนภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา รวมทั้งกุลบุตรธิดาที่อยู่ในวัดและในโรงเรียน ให้ประกอบแต่คุณงามความดี มีความสามัคคีซึ่งกันและกัน จนเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป ท่านเป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของการศึกษาเป็นอย่างมาก ให้ความสนับสนุนทุกด้าน เช่น เปิดโรงเรียนปริยัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี สร้างโรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม และอุดหนุนเกื้อกูลศิษย์ในความปกครองให้ได้รับการศึกษาจนสำเร็จขั้นสูงมากมาย


พระราชอริยคุณาธารป่วยเป็นโรคมะเร็งในลำคอ ได้ไปเยียวยารักษาโดยการฉายรังสีที่โรงพยาบาลศิริราชจนทุเลาและปกติดีได้ประมาณ 10 ปี ต่อมาโรคมะเร็งกำเริบขึ้นอีก จึงเข้าไปฉายรังสีอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทุเลา ประกอบกับฉันภัตตาหารไม่ใคร่ได้ จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย จนขั้นสุดท้ายฉันไม่ได้เลย จึงได้มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบเมื่อเวลา 03.05 น. ของวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 (ถ้านับตามหลักโหราศาสตร์ ยังคงอยู่ในวันที่ 10 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดของท่านพอดี) สิริอายุได้ 78 ปี